---Meaw--- さんのプロフィールOut Spaceフォトブログリスト ツール ヘルプ
10月29日

ลมหนาวกำลังจะมา .. ความรักก็เช่นกัน

 
โอ้ว .. อัพบล็อก 3 วันรวด สงสัยห่างหายไปนาน ฮ่าๆๆ
 
คราวนี้จะมาบ่นถึงของที่เพิ่งไปสอยมาสดๆ ร้อนๆ มันคือ "หนังสือร้องเพลงได้" อิอิ
จริงๆ มันเป็นหนังสือที่มีเพลงประกอบน่ะค่ะ ชื่อหนังสือคือ "เธอร้องไห้เมื่อหน้าฝนและพบใครบางคนเมื่อหน้าหนาว"
แล้วหนังสือเล่มนี้ก็มี CD เพลงแถมมากับหนังสือด้วย เป็นเพลงชื่อเดียวกับหนังสือนี่แหละ
ทีนี้เรื่องของเรื่องก็คือ ได้ฟังเพลงจากวิทยุ (seed เปิดบ่อยมากๆ) แล้วแบบชอบอ้ะ ทนไม่ไหว ต้องไปซื้อมาไว้ในครอบครอง แม้ว่าจะได้เพลงนี้มาฟังนานแล้วก็เหอะ หุหุ
แต่ว่าอันนี้ที่เราชอบจริงๆ ก็อุดหนุนเค้าหน่อยนะ ราคาไม่กี่บาท ถูกกว่าข้าวบางมื้อซะอีก..
 
หนังสือเล่มนี้เป็นของสำนักพิมพ์น้ำนิ่ง เจ้าของก็คือ โตน Sofa ดังนั้น แน่นอนว่าเพลงนี้ก็เป็นผลงานของเค้าเช่นกัน มาดูรายชื่อคนร่วมงานกันหน่อยมั้ย (จากปกซีดี)
 
คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียงและโปรดิวซ์ - โตน Sofa
โปรแกรมกลองและเบส - ก้อ Groove Riders
กีต้าร์ - กั้ง Groove Riders
คีย์บอร์ดและซินธิไซเซอร์ - Woody O
คุมร้อง - บุรินทร์ Groove Riders
ร้องประสาน - บอย ตรัย ภูมิรัตน (กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อันนี้ไม่มีในปกนะ เติมเอง)
ซาวน์เอนจิเนียร์/มิกซ์ดาวน์และมาสเตอริ่ง - พีท Blissonic
 
ซื้อมาแล้วผิดหวังเลย แผ่นก็น่ารักมากๆ (ไม่ได้สแกนมาให้ดูกัน) เป็นสีชมพูคล้ายๆ blog นี้เลย เพลงก็เพราะอย่างมากมาย
เนื้อเพลงพูดถึงหญิงสาวที่เสียใจกับการจากไปของคนรัก จนวันนึงเมื่อเค้าคนนั้นกลับมาพร้อมกับลมหนาว ... อา ฮ้า .. โรมานซ์โคตรๆ
 
ส่วนหนังสือ เป็นรวมเรื่องสั้นเกี่ยวกับความรักหลากหลายรูปแบบ เหมียวอ่านไป 2-3 เรื่องแล้ว และเรื่องเธอร้องไห้เมื่อหน้าฝนและพบใครบางคนเมื่อหน้าหนาว ในหนังสือมันจะอีกอารมณ์ ไม่เหมือนเพลงซะทีเดียว ออกแนวเศร้าเล็กๆ แต่ก็อบอุ่น ... พอดีหนังสือแนวนี้ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่ อ่านแต่ฆาตกรรมสยองขวัญอ้ะ
 
สนนราคาตามหน้าปกก็คือ 169 บาทไทย (จ่ายตังค์เรียบร้อย เพิ่งนึกได้ว่ามี member card เซ็งเลย T_T) แต่สำหรับเหมียวรู้สึกว่าเป็นการซื้อเพลงแล้วแถมหนังสือมากกว่า อิอิ แต่โอเคนะ ชอบๆ เอาเนื้อเพลง กับปกหนังสือมาให้ดูกันจ้า
 
 
- - - - - - - - -- - - - - -- - - -- - - -- - - -- - - - - - - - - - - - - -- - -
 
เสียงสายฝนปนกับเสียงของน้ำตา เพราะว่าคนที่เธอรักมาร่ำลา
น้ำใสๆไม่เคยแห้งจากสองตา ของเธอตั้งแต่วันนั้น
เธอคิดถึงเขาทุกวันและทุกคืน เธอร้องไห้ไม่ว่าจะนอนหรือตอนตื่น
เมื่อไหร่วันคืนที่ร้ายๆจะพ้นไป
 
จนวันหนึ่งที่เขาเดินเข้ามา เธอนั้นแทบไม่เชื่อในสายตา
เธอนั้นถามว่าเขาไปไหนมา เขาไม่ตอบได้แต่ยิ้ม
หรือว่าภาพที่เธอเห็นมันไม่จริง หรือว่าภาพที่เธอเห็นเป็นแค่ฝัน
ถ้าเป็นอย่างนั้นช่วยปล่อยให้เธอฝันตลอดไป
 
เธอร้องไห้ไปกับสายฝน ก่อนจะพบใครบางคน
เมื่อลมหนาวพัดมา ความหนาวสั่นพลันจางหายในอ้อมกอดนั้น
ในอ้อมกอดอบอุ่นที่คุ้นเคย เพียงเท่านี้ก็เพียงพอ
จะทำให้คืนและวันที่เหลืออยู่มีความหมายไปตลอดกาล
 
สายลมหนาวกำลังโอบล้อมเธอ และความรักของเขาก็เช่นกัน
นับจากนี้เธอจะไม่ไหวหวั่น ไม่ว่ามันจะอย่างไร
เพราะว่าเขาจะยืนเคียงข้างเธอ ไม่ว่ามันจะนานสักแค่ไหน
ต่อจากวันนี้เธอและเขาจะไม่จากกัน
 
เธอร้องไห้ไปกับสายฝน ก่อนจะพบใครบางคน
เมื่อลมหนาวพัดมา ความหนาวสั่นพลันจางหายในอ้อมกอดนั้น
ในอ้อมกอดอบอุ่นที่คุ้นเคย เพียงเท่านี้ก็เพียงพอ
จะทำให้คืนและวันที่เหลืออยู่มีความหมายไปตลอดกาล
 
สายลมหนาวกำลังจะพัดพา นำเอาความรักของเธอคืนมา
อีกไม่นาน อีกไม่ช้า
 
เธอร้องไห้ไปกับสายฝน ก่อนจะพบใครบางคน
เมื่อลมหนาวพัดมา ความหนาวสั่นพลันจางหายในอ้อมกอดนั้น
เธอไม่กลัวอีกแล้วกับสายฝน และจะรักกันไปจนตราบชั่วนิจนิรันดร์
ไม่มีวัน ที่ตัวเขาและเธอจะเปลี่ยนใจ
 

10月28日

ผีบ้าคายาโกะ

 
เอ่อะ เออะ เออะ ..แง๊ว !!
 
กลับมาแล้ว !! หนังผีภาคต่ออันทรงคุณค่า 55+ ฉบับรีเมกของภาคแรกเป็นหนังฮิตทำรายได้ถล่มทลายไปแล้ว ทั้งๆ ที่เรารู้สึกว่า มันน่ากลัวตรงไหนกัน?! อย่าง Ju-On นี่เราดูมา 2 ภาค Ju-On 3 ไม่ได้ดู เพราะว่าภาค 2 ไม่โดน แล้วมา The Grudge ก็ยังจะดูอีก ช่างไม่หลาบจำอะไรเช่นนี้ มาว่ากันเรื่อง The Grudge 2 หรือโคตรผีดุ 2 ต่อดีกว่า สำหรับภาคนี้ ผู้กำกับเค้าว่าไม่ได้รีเมก Ju-on 2 มาแต่อย่างใด เป็นเรื่องราวที่ดำเนินต่อมาจาก The Grudge ภาคแรก เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรมาก เป็นการนำเสนอชะตากรรมของคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับบ้านผีดุนั้น ซึ่งผีคายาโกะในภาคนี้ทำงานหนักมากๆ ออกมาหลอกหลอนผู้คนเกือบตลอดทั้งเรื่อง แม้ช่วงแรกอืดไปนิด เราเกือบเผลอไปหลับแน่ะ แต่หลังจากนั้นก็โผล่มาไม่ได้หยุดหย่อน เราว่าก็ดีสำหรับคนที่อยากดูหนังผีนะ สนอง need กันไปซะ และที่จะขาดเสียไม่ได้ก็คือผีเด็กตกถงแป้งโทชิโอะ ผู้ที่กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของหนังเรื่องนี้ไปแล้ว ภาคนี้ก็มาช่วยแม่ทำมาหากินเหมือนเดิม แถมเจ๊คายาโกะยังพาพรรคพวกที่เจอดีรายก่อนๆ มาทำงานร่วมกันเป็นขบวนการอีกต่างหาก..^^
 
ใครที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยดู Ju-On หรือ The Grudge ภาคใดๆ มาก่อน ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะภาคนี้มีการสอดแทรกเรื่องราวความเป็นมาของผีคายาโกะให้รับรู้เป็นระยะ แต่นี่ความเห็นส่วนตัวเลยนะ เราว่ามันแค่รู้เรื่องแต่ไม่เข้าถึง ดูมากี่ภาคมันไม่สามารถทำให้เข้าใจได้เลยว่าทำไมเจ๊คายาโกะต้องโกรธแค้นฝังห ุ่นขนาดนั้น ก็โดนฆ่าอย่างทารุณ แล้วยังไงล่ะ มันต้องมีมากกว่านั้นสิ อะไรบางอย่างที่สาปให้เจ๊เป็นได้ขนาดนี้ ภาคนี้เค้าเลยเติมเรื่องราวเข้าไปว่า ที่เจ๊ต้องกลายเป็นผีไร้สติจัดการทุกคนที่มาเฉียดใกล้ ก็เพราะว่าในวัยเด็กแม่คายาโกะเป็นคนทรง รับไล่ผีจากคนทั่วไป แล้วก็นำเอาวิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้นมาถ่ายใส่ให้ลูกสาว ... อืมๆ มันเป็นแบบนี้นี่เอง
 
สุดท้ายแล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ที่ผี OTOP อย่างคายาโกะ ได้ดังไกลถึงต่างแดน ความแค้น คำสาปอาถรรพ์ต่างๆ นานา บัดนี้มันได้แพร่กระจายไปยังอีกฟากโลกแล้ว ต่อไปเจ๊คงเหนื่อยน่าดูต้องเดินสายหลอกหลอนผู้คนข้ามทวีปแบบนี้ คงจะเหมือนหนังผีเอเชียอีกหลายๆ เรื่องที่คงจะถูกฮออลลี้วู้ดเอาไปรีเมกซ้ำแล้วซ้ำอีก ดีบ้างแย่บ้าง ก็รอดูกันไป .. ไม่รู้เจ้าไหนจะสนใจบ้านผีปอบของพี่ไทยเราบ้าง หรือว่า ผีแม่นาคก็โอเค ไม่แน่ว่า ซีนคลาสสิกมือยาวเก็บลูกมะนาวอาจจะเป็นเอกลักษณ์ของผีไทย แบบที่ผีญี่ปุ่นต้องคลานมาแบบคนเป็นโรคพาร์กินสัน ก็ได้

 
  
9月2日

นานอีกหน่อย

 
 
 
 
ฝนเกือบหยุดตกแล้ว
หมดเวลา .. ที่ฉันจะยืนตรงนี้
และเธอจะยืนตรงนี้

รู้ว่าอากาศหนาว
ยิ่งทำให้หนาวสั่น
ทำไมวันนี้นั้นไม่เป็นอย่างใจ

ภาวนา ..
เมื่อฝนโปรยหยดสุดท้าย
ฉันเพียงขอให้เธอ
อย่าจากไปจะได้ไหม

ฉัน..อยากขอให้ลมช่วยพัดมาอีกหน่อย
ให้ฝนโปรยอีกหน่อย
เพราะว่าฉัน อยากให้เธอยืนเคียงข้างกันอีกหน่อย
รอฝนนานอีกหน่อย ได้ไหมเธอ

ฉัน..อยากขอให้ลมช่วยพัดมาอีกหน่อย
ให้ฝนโปรยอีกหน่อย
เพราะว่าฉัน อยากให้เธอยืนเคียงข้างกันอีกหน่อย
 
รอฝนให้นานอีกสักนิด
ให้ฉันที่ยืนอยู่ตรงนี้
เป็นคนที่โชคดี อีกสักนิด
 
+++++++++++++++++
 
 
เป็นเพลงที่เพราะมากเลยนะ คุณใหญ่ โมโนโทน เค้าร้องไว้ซึ้งดีอ่ะ
โรแมนติกมากๆ เหมาะกับวันฝนพรำ
8月29日

Big Pack !!

 
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หยิบหนังมาเปิดดู สองวันดูไป 7 เรื่อง ส่วนมากเป็นหนังระทึก สยองขวัญ ก็ดูขำๆ แก้เบื่อนะ โอเช..มาเริ่มกันเลย
 
- 1 -
 
 
 
เรื่องแรกที่เอามาเปิดดูก็คือ DELICATESSEN หนังปี 1991 เป็น Black Comedy สัญชาติฝรั่งเศส บรรยากาศอึมครึมหม่นมัวไร้กาลเวลา เรื่องราวของคนขายเนื้อที่ดูแลอพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่ง แต่เนื้อที่ใช้แบ่งสันปันส่วนให้คนที่อาศัยในตึกกลับเป็นเนื้อคน!! .... หนังดูสนุกเพราะความแปลกของมัน ตัวละครแปลกๆ ที่มาอยู่รวมกัน แม้แต่ฉากโรแมนติกของพระนางก็ยังสวีทแบบที่คนปกติเค้าไม่ทำกัน การนำเสนอภาพภายในท่อระบายน้ำและบรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกทำให้รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกตลอดทั้งเรื่อง แต่ถือว่าเป็นหนังแปลกๆ ที่น่าดูอีกเรื่อง ^^
 
- 2 -
 
 
 
ต่อด้วยหนังที่ยืมเพื่อนมาดูอย่าง Welcome to Dongmakgol หนังเกาหลีที่ดูสนุกไม่น้อย ความน่ารัก + ใสซื่อของคนในหมู่บ้านดองมักกอล ทำให้เรายิ้มและถึงขั้นฮาแตกได้เรื่อยๆ เนื้อหาหยิบเอาเรื่องสงครามและความขัดแย้งของเกาหลีเหนือ-ใต้มาเล่นในแบบเบาๆ แต่ไม่โหวงเหวง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ถ้ามีโอกาสก็ควรหามาดูกัน ^^
 
 - 3 -
 
 
 
จากนั้นมากระชากอารมณ์ต่อด้วย UNITED 93 หนังย้อนกลับไปเมื่อ วันที่ 11 กันยายน 2001 เมื่อสายการบิน United Airline เที่ยวบิน 93 ถูกสลัดอากาศจี้และมันเป็นภารกิจพลีชีพ เหล่าลูกเรือและผู้โดยสารบนเครื่องจะตัดสินใจทำอย่างไรเกี่ยวกับชะตากรรมที่ต้องเผชิญครั้งนี้ หนังแทบไม่ต้องลุ้นตอนจบเลย เพราะพวกเราก็รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าผลลัพธ์จบยังไง หนังนำเสนออารมณ์และสถานการณ์ต่างๆ บนเครื่องผ่านเรื่องราวของผู้โดยสารแต่ละคน ดูไปก็เครียดซะ เหงื่อแตก เป็นหนังดีที่ดูแล้วเหนื่อยทีเดียว นี่ก็ใกล้จะครบรอบ 5 ปีแล้ว ขอไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสียทุกชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วยค่ะ
 
- 4 -
 
 
 
กลับมาหนังแหยงๆ อีกเรื่อง SLITHER หนังแหวะปนฮาที่อยากดูมากมายตอนเข้าโรงฉาย แต่ดันออกไปเร็วซะเหลือเกิน แล้วหนังก็ดูสนุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขำฮาแตกมากๆ ไอ้ตัวเลื้อยก็ช่างน่ารักน่าตึ้บซะ ดูแล้วเร้าใจมาก ถ้าเจอแบบในหนังคงหลอน+ยี้ ดีพิลึก แล้วก็แปลกใจอีกอย่างคือ เพลงประกอบในหนัง เพราะอย่างไม่น่าเป็นไปได้ เรียกว่าดึงความสนใจคนที่ไม่ค่อยฟังเพลงหนังอย่างเหมียวได้ก็แล้วกัน ^^
 
- 5 -
 
หนังเก่าปี 2001 อย่าง DOWN ที่มีชื่อดารานำอย่าง นาโอมิ วัตต์ แต่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น (สมัยนั้นเจ๊ยังไม่ดังเท่าไหร่) เรื่องของลิฟต์นรกที่ดันมีชีวิตจิตใจ และฆ่าคนอย่างสยดสยอง พลอตน่าสนใจดีเน๊อะ ลิฟต์มันจะฆ่าคนยังไงให้สยองได้ ดูไปจนจบก็ถอนหายใจกันทั้งบ้าน จากนั้นก็ลงมติกันว่าฉากที่น่ากลัวที่สุดในหนังคือ ฉากที่หมาตกไปในปล่องลิฟต์พร้อมเจ้าของตาบอด น่ากัวมาก ก.กก เพราะว่าหมามันน่ารักสุดๆ ตอนมันตกลงไป ทำเอาหัวใจคนดูหล่นตุ้บตามไปด้วย .. เฮ้อ
 
- 6 -
 
 
 
เรื่องที่ 6 ก็เป็น FUDOH: The New Generation หนังคัลต์ญี่ปุ่นของลุงมิเอเกะ สร้างจากการ์ตูนเพราะฉะนั้นความเว่อร์ เลือดสาด ไม่ต้องกลัวจะไม่สะใจ หนังรุนแรงระดับนึง แต่ว่าดูไปมันก็ไม่ค่อยนะ ถ้าเทียบกับ Ichi หนังของลุงอีกเรื่อง อันนั้นเลือดท่วมจอ เว่อร์กว่านี้มาก หนังเกี่ยวกะลูกชายหัวหน้าแก๊งยากูซ่าที่เผอิญไปเห็นพ่อตัวเองบั่นหัวพี่ชายคนโตอันเป็นที่รักขาดกระจุย ม่องเท่งไปต่อหน้าต่อตา เจ้าหนูน้อยก็เลยเก็บความแค้นไว้เพื่อรอวันสะสาง พอโตมาก็เลยซ่องสุมกำลังแบบลับๆ โดยสมุนแต่ละคนนี่ก็ซาดิสต์ผิดมนุษย์ทั้งนั้น มันส์สะใจมากพะยะค่ะ ^^
 
- 7 -
 
 
 
ปิดท้ายฟิล์มเฟสติวัลหนนี้ด้วย หนังโนเนมอย่าง Demon Slayer เห็นมีอยู่ที่บ้าน เลยหยิบมาดูเล่นๆ ไม่มีไรให้น่าจดจำ หนังไรก็ไม่รู้ ใครซื้อมาฟระ ...(สงสัยจะของพี่ชาย)
 
 
7月3日

Dedicated to PAUSE

ซีดีแผ่นล่าสุดที่เหมียวซื้อมาก็คือ อัมบั้ม Tribute งานของพอส ที่ชื่อว่า Dedicated to PAUSE ชอบนะ ฟังตลอดเลยช่วงนี้ อยู่บ้านก็ฟัง นั่งรถก็ฟัง ทำงานก็ฟัง ปกติชอบเพลงของพอสอยู่แล้วนะ แล้ววงที่มาร้องในอัลบั้มนี้ อย่าง Flure , Cresendo, Scrubb หรือว่า Street Funk Rollers พวกนี้ก็วงที่เหมียวชอบๆ ทั้งนั้น เลยควักตังค์ซื้อแบบไม่ลังเลเลยอ่ะ เหอๆ แถมซื้อแพงด้วยนะ ชาวบ้านเค้าขายราคากลางกัน 180 เหมียวคงชอบวงพอสมาก ซื้อมัน 190 ซะงั้น 55 .... ส่วนเพลงที่ถูกใจในอัลบั้มนี้ก็คือเพลง ยื้อ ที่ฟลัวร์ร้อง เพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงของพอสที่เหมียวชอบมากที่สุด แล้วเวอร์ชั่นของฟลัวร์ มันจะยื้อแบบใช้กำลัง ฟังแล้วกระแทกๆ หน่อย ชอบมั่กๆ แต่ว่าเสียงร้องยังชอบเสียงโจ้นะ อีกเพลงก็ ที่ว่าง แบบ สายชล ระดมกิจ อันนี้ feeling ต่างจาก original มากๆ มันน่ารัก สดใส ฟังแล้วก็โยกไปตามจังหวะเพลง ^^

 


พอฟังแล้วก็เลยไปคุ้ยๆ งานต้นฉบับมาฟัง แปลกใจมาก ไปๆ มาๆ เหมียวกลับมีซีดีของวงพอส (น่าจะ) ครบเลยนะ ไม่ได้คิดจะตามเก็บอะไรเลย ดูๆ แล้วก็เออ .. เรานี่ทุ่มทุนสร้างเหมือนกันนะ ซีดีเพลงค่ายนี้ก็ไม่ใช่ถูกๆ น๊า ไม่น่าเชื่อ งกๆ แบบนี้จะลงทุนกะเค้าด้วย ^^
 
      
 
... 
 
5月12日

เพลงหวานเมื่อวันวาน

คืนนี้ทำไมไม่หลับไม่นอนล่ะเนี่ย ... เลยไปคุ้ยหาเพลงเก่าๆ มาฟัง เป็น CD วง Hydra เมื่อก่อนชอบมาก ตอนนี้ก็ยังชอบนะ ส่วนมากคนจะชอบเพลงไว้ใจ กับ เพลงไกลเท่าเดิม แต่เหมียวชอบเพลงตัวปลอมมากสุด ...
 
เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นเหมือนเขา ไอ้ตัวจริงเรามันไม่เข้าที
ต้องเป็นตัวปลอม ต้องยอมโดนย้อมตัวจริงที่มี
หากเธอว่าดี ก็ดีเชื่อเธอ
 
แต่บางครั้งน้อยเนื้อต่ำใจ อยากกลับไปเป็นคนเหมือนเก่า
อยากจะฝืนเพื่อเขา แต่เราไม่เคยสุขใจ
 
จะยอมทำตามตัวเธอ ทั้ง ๆ ที่ใจ ก็อยากเป็นตัวฉันเองไง
ดูโทรมเล็กน้อย หัวใจไม่เปลี่ยนแปลง
แต่เธอไม่เคยจะแคร์ว่าแท้ ๆ ข้างใน เหนื่อยหน่ายเต็มทนทุกทีไป
เธอเคยรู้ไหม ใจจริงสิ่งที่สำคัญ
 
ผ่านมาเนิ่นนาน ฉันยังสงสัย เกิดมีวันใดใจหมดเรี่ยวแรง
ที่เคยยอมทน ที่เคยสับสน มันมีเส้นแดง
บทเรียนคงแพง หากเกินเส้นไป
 
อยากให้รัก รักฉันข้างใน สิ่งนอกกายมองไปแค่ผ่าน
อยากให้รักนั้นหวาน บอกกันก็ยังไม่สาย
 
กฏเกณฑ์ที่เธอเป็นคนคิดค้นให้ทำ ผิดถูกยังไง ชี้นิ้วนำ
เธอลองถามฉันสักคำ ไม่เคยมี
อยากหลบไปเลย บางทีทุกครั้งที่เจอ ปรับเปลี่ยนไปตามสังคมเธอ
เวลาชะเง้อตามเธอ เหนื่อยจนท้อใจ
หลังจากฟังเพลงชุดนี้แล้ว ก็เลยว่าจะไปคุ้ยเพลงเก่าเก็บเอามาฟังอีก จะเริ่มจากชุดไหนดีน๊า ...
 
 
3月18日

Freedom Forever

อ่า.. วงจรชีวิตเดิมๆ (แต่สุขีสุขโข) ของเหมียวก็วนเวียนมาครบอีก 1 รอบสัปดาห์ วันนี้ก็พาชีวิตประชากรหญิงคนนึงที่เสียภาษีให้ประเทศทุกปีออกไปดูหนังอีกเช่นเคย .... แต่น แต๊น วันนี้ไปดูเรื่อง ...
 
V FOR VENDETTA - หนังที่ได้เงินค่าตั๋วจากเหมียวไปเรียบร้อยตั้งแต่ปล่อย teaser มาให้เห็น แล้วก็คุ้มค่าสมกับที่คาดหวังไว้ หนังหนุกจนต้องบอกต่อ เรื่องราวอันเกี่ยวข้องกับ keywords ดังต่อไปนี้ รัฐบาล ทรราช แก้แค้น อุดมการณ์ ดอกไม้ไฟ ผู้นำ ไวรัส และ V ดูเหมือนจะเครียดเลยเน๊อะ แต่หนังช่าง entertain สุดๆ ... V สัญลักษณ์ที่เรามักใช้แทนคำว่า Victory ในที่นี้เป็นชื่อของชายลึกลับภายใต้หน้ากาก (ที่กิ๊บเก๋สุดๆ) ปฏิบัติการแก้แค้นผู้นำของประเทศ ผู้ซึ่งใช้อำนาจอันชอบธรรมของประชาชนปกครองประเทศแบบเผด็จการ แม้วิธีการของ V จะเรียกได้ว่าเป็นวิธีการแบบพวก terrorist และมีแรงผลักมาจากการสูญเสียในอดีต แต่ V ได้ทำการเปิดตา เปิดใจ ผู้คนในประเทศให้รู้สึกถึงสิ่งอันพึงมีที่ถูกรัฐบาลทรราชริดรอนไป หนังอินเทรนด์สุดๆ แบบนี้ ดูสนุก ตื่นเต้น ดูแล้วชอบ V มั่กๆ เท่โคตร ...
 
นิสสสสนึง ... ได้ข่าวมาว่า คำโปรยหนังเรื่องนี้ ตามป้ายโฆษณาถูกสีดำคาดปิดไปแล้ว ไม่รู้จริงเท็จประการใด เป็นคำแปลจากประโยคคลาสสิก ประโยคนี้ ..
 
People should not be afraid of their governments, governments should be afraid of their people.
 
 
3月11日

Final Destination 3

วันนี้ไปดูหนังเรื่องนี้มา ไม่ได้กะจะดูไรหรอก รู้สึกเฉยๆ ตั้งแต่เห็นตัวอย่างแล้ว ไม่คิดว่าจะมีภาค 3 ออกมาด้วยซ้ำ แต่พอดีเพื่อนชวนไปดู ไอ้คนอย่างเราก็ไม่ขัดศรัทธาอยู่แล้น อิอิ หนังก็ธรรมดาซะเหลือเกิน ถึงจะทีมงานชุดเดิมจากภาคแรก แต่งานย่ำอยู่กับที่ (ถอยหลังเล็กๆ นะ เราว่า) ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย เดินตามรอยเป๊ะๆ มีแต่ฉากโหดสยองที่ใส่อัดๆ มาซะเกินพอดี ทำให้ขาดอารมณ์ร่วมลุ้นแบบภาคแรกไปอย่างสิ้นเชิง แล้วไอ้ที่มีในหนังก็ใช่ว่าจะน่าตกใจซักแค่ไหน เบสิกมากๆ สรุปก็คือ สำหรับเหมียวแล้วเรื่องนี้ไม่หนุกเลยอ่ะ
 
แต่ภาคนี้สังเกตได้อย่างนึงว่า ก่อนที่แต่ละคนจะตายเนี่ย มักจะต้องทำตัวรนหาที่เองเกือบทั้งนั้น (จริงๆ ไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แต่ใช้คำเว่อร์ไปนิด) อย่างเช่น เค้าห้ามอะไรก็ไปฝืนกฎเค้า ไม่ทำตามคำแนะนำ หรือไม่ก็ มักง่าย เผอเรอมั่งล่ะ ... ดูแล้วนึกถึงคำพูดที่ว่า "ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย" ขึ้นมาซะงั้น ถึงคนเราจะหนีความตายไม่พ้นก็เถอะ แต่ถ้าไม่ประมาทมากนัก อาจจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง ..
 
 
3月3日

เด็กตัวโต

 
 
พื้นที่เล็กๆ
ตรัย ภูมิรัตน์
 
จะต้องถอนใจ อีกสักเท่าไร
โลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยเป็นอย่างใจ
วันและคืนเปลี่ยนหมุน ให้เราวิ่งตามเรื่อยไป
โตแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป
 
การเป็นผู้ใหญ่ มันไม่ง่ายเลย
มันไม่คุ้นไม่เคย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ

ไม่มีเวลาเหลือ ไว้ฝันไว้คิดถึงใคร
โตแล้ว ต้องทำอย่างไร
 
เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ จนตัวเราเองอาจหล่นหาย
เมื่อเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในใจ เขาไปไหน ทำไมวันนี้เขาหายไปจากเรา
 
ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ไม่ว่านานเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป

แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆ นี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้

โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้
 
ตรงขอบฟ้านั้น มีรุ้งพาดผ่าน
เมื่อความจริงความฝันได้มาบรรจบกัน
ที่ดินแดนแห่งนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งกับฉัน
จูงมือเดินไปด้วยกัน 
 
เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ จนลืมว่าเราเคยเป็นใคร
อย่าลืมเด็กน้อย ทิ้งปล่อยเขาคอยอยู่เดียวดาย ได้ยินใช่ไหมเสียงนั้นที่เรียกเรา
 
ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ไม่ว่านานเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป

แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆ นี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
แต่ความเป็นเด็กในหัวใจ จะอยู่กับฉันตลอดไป
 
(ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก)
อยู่กับฉันตลอด ไม่ให้ใครแย่งไป
(ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก)
2月13日

แม้ไร้ร่าง..แต่ก็มีหัวใจ (ลอยไปลอยมา)

สิบสี่กุมภาพันธ์สองพันสี่ร้อยแปดสิบสี่
วันแสนดีวันที่รักปักใจสอง
หวังให้เธอเคียงอยู่เป็นคู่ครอง
ไม่หวังปองสิ่งอื่นใดในโลกา
แต่ชะตากลับกลั่นแกล้งไม่เข้าข้าง
จำต้องห่างร้างไกลให้โหยหา
ขอจงรอรอพี่หน่อยนะแก้วตา
รอพี่มากลับใกล้ชิด...นิจนิรันดร์
 
++++++++++++++++++++++++
 
เธอมาเหมือนตะวัน
จุดไฟฝันฉันอีกหน
นานแล้วที่มืดมน
เพราะขาดคนที่เหลียวแล
เธอมาปลุกหัวใจ
สร้างวันใหม่ให้แน่แท้
เธอมาเพื่อผันแปร
ลบรอยแผลที่ค้างคา
เธอมาเหมือนดังฝัน
ในคืนวันอันปรารถนา
พบแล้วที่รอมา
และคุ้มค่าที่รอคอย
 
กระสือวาเลนไทน์ หนังรักปนสยองต้อนรับวันแห่งความรักปีนี้ ดูเพลินๆ พอให้หายเครียด (หลังจากเจอมาหนักจากเรื่อง Munich) หนังเรื่องล่าสุดของต้อม ยุทธเลิศเรื่องนี้ เหมียวว่าออกแนวรักโศกแล้วแทรกมุขฮาเข้ามานิดๆ พอเป็นกระษัย ส่วนเรื่องความสยอง เหล่าคนขวัญอ่อนทั้งหลายวางใจได้ กระสือในเรื่องดูน่าสงสารมากกว่าน่ากลัว ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนผีกระสือในละครทีวีเมื่อ 20 ปีก่อน (ไม่ได้หมายความว่าไม่ดีนะ) ส่วนปมเหตุในเรื่องก็เข้า concept หนังผีทั่วไป ว่าด้วยเรื่องของเวรกรรม กระสือในหนังเปรียบเหมือนโรคร้าย ซึ่งเกิดจากกรรม รักษาด้วยยาไม่หาย เพียงผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ด้วยบุญ
 
กระสือสาวกับภารโรงหนุ่มร่วมกรรมกันมาแต่ปางก่อน ชาตินี้จึงต้องมาพบเจอเพื่อใช้หนี้เวรกรรมที่ทำกันมา หากแต่กรรมที่ได้ก่อไว้หนักหนาสาหัสยิ่งนัก ยากที่จะหลุดพ้นบ่วงอาฆาตของเจ้ากรรมนายเวรไปได้ ที่สำคัญ (เหมียวคิดว่า) หนังได้แทรกข้อคิดเตือนใจเรื่องความรักเอาไว้อย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าน้องๆ ใจกล้าสมัยนี้ ดูแล้วจะ get รึป่าว หากขาดความยั้งคิด (ฉลองวันแห่งความรักแบบผิดๆ) ปัญหาเกิด แต่ไม่มีปัญญาแก้ .. สุดท้ายอาจต้องกลายเป็นกระสือวานเลนไทน์แบบในหนังก็ได้นะ ใครจะไปรู้...
 
เอ้อ...แถมนิดนึง วันนี้ดูควบ 2 เรื่อง แต่ไม่สามารถเม้าท์เกี่ยวกะ Munich ได้ เนื้อหาหนักอึ้ง ว่าด้วยเรื่องที่เข้าใจยาก ดูไปเหมือนแบกอะไรไว้บนหลัง แต่ที่พอได้เลาๆ ก็คือ ตราบใดที่ยังหันปากกระบอกปืนใส่กัน สันติภาพไม่เกิด  ... สาธุ
2月6日

Geisha

Memoirs of a Geisha
 
เส้นทางชีวิตของเด็กน้อยผู้ใฝ่ฝันจะเป็นเกอิชา เพียงเพื่ออยากก้าวเข้าไปสู่สังคมอีกแบบ สังคมที่เธออาจได้อยู่เคียงข้างชายผู้เป็นที่รัก .... เมื่อเลือกจะเป็นเกอิชา แม้จะเต็มใจหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่พึงต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอ นั่นคือ เกอิชามิอาจปรารถนาในสิ่งใด โดยเฉพาะ "ความรัก" แต่แล้วใครเล่าจะห้ามสิ่งนี้ได้...
 
She paints her face to hide her face. Her eyes are deep water. It is not for Geisha to want. It is not for geisha to feel. Geisha is an artist of the floating world. She dances, she sings. She entertains you, whatever you want. The rest is shadows, the rest is secret.
 
Memoirs of a Geisha - ในความรู้สึกเหมียว โดดเด่นมากในเรื่องของฉาก และดนตรี สองอย่างนี้สะกดให้นั่งดูอย่างตั้งใจตลอดเวลาเกือบ 2 ชม. ครึ่ง เรียกว่าชอบมากๆ เลยก็ได้ นักแสดงก็ทำได้ดี แต่ความสวย เหมียวยกให้ดาราค้างฟ้าอย่างกงลี่ เรื่องนี้สวยสุด รันทดสุด น่าสงสารที่สุด T_T หนังก็เล่าเรื่องราวชีวิตของเกอิชาได้น่าสนใจ สังคมการต่อสู้ของผู้หญิงล้วนๆ .... ดูแล้วได้เห็นสังคมอีกแบบนึง ชีวิตของคนที่เรียกว่าเป็นเกอิชา ผู้มอบความบันเทิงเริงใจให้แก่บุรุษชั้นสูง ด้วยการร่ายรำ ดนตรี ช่างเจรจา นั่นหมายความว่าแท้จริงเกอิชาต้องใฝ่รู้ในสิ่งรอบกาย และต้องมีศิลปะในการเข้าถึงผู้คนมากเพียงใด
 
ดูจบแล้วรู้สึกชอบมาก แค่ดูฉาก เสื้อผ้า ก็คุ้มเงินแล้ว .. ไม่รู้เข้าชิงออสการ์สาขาไหนบ้างรึป่าว แต่กงลี่รู้สึกจะได้ Best Supporting Actress ของรางวัลอะไรสักอย่างนึงไปแล้วนะ สรุปว่าเรื่องนี้ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
 
 
1月15日

Just like heaven

ไม่ได้มาบ่นๆ เรื่องหนังมานานแล้วเหมือนกัน วันนี้ได้โอกาสเลยขอซะหน่อย โฉบๆ ไปแถวโรงหนัง ตั้งใจจะไปดู ...
 
Just Like Heaven (รักนี้...สวรรค์จัดให้)
 
หนังรักที่มาได้ถูกจังหวะดีจริงๆ ในสัปดาห์ที่ไม่มีหนังเรื่องไหนมาวิน (สังเกตจากโรงหนังโล่งเชียว) เชื่อแน่ว่าใครที่เป็นแฟนหนังแนว romantic comedy จะต้องไม่พลาดเรื่องนี้แน่ๆ อิอิ แม้พลอตเรื่องจะแสนเน่า แต่นำเสนอออกมาได้กุ๊กกิ๊ก น่ารัก มีมุขตลกสอดแทรกเป็นช่วงๆ (ไม่ใช่แพนด้านะ) แถมไม่เลี่ยนจนเกินไปด้วย
 
"Only love can bring you back."
หากเจ้าหญิงนิทรารอจุมพิตจากเจ้าชายผู้มีรักแท้เพื่อปลุกเธอจากการหลับไหลอันยาวนานฉันใด นางเอกของเราในเรื่องนี้ก็รอคอยบางสิ่งเพื่อดึงเธอกลับมาจากห้วงนิทราอันแสนนานฉันนั้น เพียงแต่นางเอกเรื่องนี้ไม่ได้นอนกินบ้านกินเมืองอย่างเดียวแบบเจ้าหญิงนิทรา หลังจากประสบอุบัติเหตุทำให้โคม่าไม่รู้สึกตัว วิญญาณหลุดออกจากร่างมีสภาพไม่ต่างจากผีเร่ร่อน มีเพียงชายคนหนึ่งซึ่งต้องการมีชีวิตแบบเงียบๆ คนเดียวที่สื่อสารกับเธอได้ และไม่ว่าจะขับไล่ยังไงวิญญาณสาวสวยก็ไม่ไปซักที ทั้งสองเลยร่วมมือกันหาทางนำวิญญาณกลับเข้าร่างให้ได้ ถ้ามีประสบการณ์ดูหนังรักมาบ้าง คงไม่ต้องบอกว่าสิ่งใดที่จะมีอานุภาพช่วยให้ทำแบบนั้นได้สำเร็จ ^^
 
นางเอกเป็นหมอที่ทุ่มชีวิตทั้งหมดให้กับงาน (จนอาจเรียกได้ว่ามากเกินไป) ทุกครั้งที่คิดจะเติมความสุขให้ชีวิต ก็มักจะบอกกับตัวเองว่า "เอาไว้ก่อน" จนวันนึงที่รู้ว่าตัวเองจะไม่มีเวลาสำหรับเรื่องแบบนั้นแล้วถึงคิดได้ ไม่อยากให้ทุกคนเป็นแบบนั้นนะ อะไรที่เป็นความสุข เป็นความฝันของเรา เมื่อมีโอกาสก็ขอให้เสวยสุขกับมันให้เต็มที่ (แต่อย่าให้เดือดร้อนคนอื่นแล้วกัน) เพราะเมื่อถึงเวลาที่เราต้องไป คงไม่มีมือวิเศษที่จะดึงเรากลับมาเพื่อต่อเวลาให้ได้ทำในสิ่งที่ต้องการแน่ๆ ยังไงฝากไว้นิดนึง ชีวิตไม่ได้มีแค่งาน (คิดแบบนี้มาตลอด เลยไม่ค่อยทำงาน ฮ่าๆ) แต่ก็อย่าลืมว่า งานเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการทำอย่างอื่นด้วยนะ แหะๆ ก็สมัยนี้แม้แต่การไล่ตามความฝันมันก็มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้นนี่นา จริงมะ ?!
 
เอ่อ .. เขียนเรื่องหนังรักอยู่นี่หว่า อิอิ งั้นเข้าเรื่องนิดนึงก็ได้ ดูเรื่องนี้แล้วชอบอยู่ฉากนึงนะ ที่หลังจากพระเอกแยกกับนางเอกแล้ว พระเอกกลับมาพบว่าชีวิตเงียบสงบไม่ใช่สิ่งที่ต้องการอีกต่อไป นั่นเพราะบางสิ่งบางอย่างมันขาดหายไปไงล่ะ รู้สึกเหงาจับใจ ฮ่าๆๆ ดูแล้วรู้สึกอินเป็นพิเศษ อยากให้บางอย่างกลับคืนมาเหมือนกัน ... ^ ^
12月12日

ผีแม่บ้าน

เฮ้อ .. ชีวิตตู ไม่คิดจะทำอย่างอื่นมั่งรึไงนะ วันนี้ก็ออกไปดูหนังอีกละ เงินเดือนๆ นึง หมดไปกะหนังเนี่ยแหละ วันนี้ก็ดูมาอีกเรื่อง คือ The Maid in มหาสารคาม .. 55+ ม่ายช่าย ชื่อเรื่อง The Maid (เดือนผีดุ) ต่ะหาก เห็นเค้าว่ากันว่าน่ากลัว เลยขอดูซะหน่อย ^-^
 
เรื่องนี้เป็นหนังผีสิงคโปร์ แต่อารมณ์ประมาณพี่ไทยเรา + ผีฮ่องกงนี่แหละ เป็นเรื่องของเด็กสาวชาวฟิลิปปินส์มาทำงานเป็นแม่บ้านให้ครอบครัวชาวจีนในสิงคโปร์ แต่น้องหนูดวงไม่ดีดันมาช่วงเดือนที่เค้าปล่อยผีกัน ตามความเชื่อที่ว่า 30 วันที่ประตูนรกเปิดนี้ จะมีบรรดาผีสารพัดรูปแบบขึ้นมาบนโลกมนุษย์ ก็แล้วแต่ว่ามีธุระอะไรที่ไหน 30 วันนี้ก็เผ่นผ่านกันไป ช่วงนี้ก็จะมีข้อห้ามต่างๆ มากมายเพื่อให้ต่างคนต่างอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น แต่ด้วยความไม่รู้ น้องหนูเธอก็ดันไปทำผิดธรรมเนียมอะไรเข้าซักอย่าง เลยเจอแจ๊คพอตซะอย่างนั้น
 
จะว่าไปแล้วผีในเรื่องนี้หน้าตาพื้นๆ มาก เพราะฉะนั้น ความน่ากลัวจากรูปลักษณ์ภายนอกจึงไม่มีผลอะไรมากนัก แต่หนังมันทำให้คนดูตกใจ หวีดกันทั้งโรงได้ก็จาก "เสียง" นี่แหละ แล้วเล่นมุขเสียงนี่ได้ผลเกือบทุกครั้งเลยนะ สาวๆ ที่นั่งแถวหลังเรา กรี๊ดซะหูแทบแตก แต่ก็ดีเหมือนกัน ค่อยได้ feel หนังผีหน่อย
 
บรรยากาศในหนังก็เหมือนหนังผีเอเชียทั่วไป ใครที่เคยดูเรื่อง คนเห็นผี กับ หนังไทยเรื่อง คน ผี ปีศาจ แล้วล่ะก็ คงนึกภาพออก มันเหมือนเอา 2 เรื่องนี้มาผสมกัน คือการที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ผีบวกกับอารมณ์หลอนๆ เหมือนมีบางอย่างอยู่ในบ้าน และตอนจบยังเหมือนจะหักมุมนิดๆ รึป่าวไม่รู้ เพราะว่าเราเดาได้ตั้งแต่กลางๆ เรื่องแล้ว (คือว่า มุขมันเดิมๆ)
 
สรุปว่าวันหยุดได้ออกไปดูหนังผีคนเดียวแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน (จริงๆ จะเรื่องไหน ตูก็ดูคนเดียวตลอดอ่ะ T_T) นอกจากหนังจะสนุกดีแล้ว ยังได้สนุกกับเสียงกรี๊ดของน้องๆ แถวหลัง สนุกกับพี่ข้างๆ ที่นั่งปิดตาตลอดทั้งเรื่อง สนุกกับเสียงชายหนุ่มที่ร้อง "เฮ้ย" เพราะตกใจตอนผีโผล่มา ถึงจะไม่รู้จักกันแต่พวกคุณทั้งหลายทำให้หนังผีเรื่องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากเลย
 
... เป็นอีก 1 วันที่น่าพอใจ... ^^
12月11日

The Descent

ตั้งใจไปดูหนังเรื่องนี้เลยนะ เพราะว่าติดตามข่าวมาตั้งแต่ตอนถ่ายทำ รู้ข่าวมาเป็นระยะๆ ว่าเป็นหนังสยองขวัญของอังกฤษที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในรอบกี่ปีไม่รู้ จำไม่ได้ละ

หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นหนังเกรดบีที่น่าจะมีเค้าโครงคล้ายกับ The Cave แต่จะเหมือนกันรึป่าวไม่รู้ เพราะไม่ได้ดู The Cave แต่ดูๆ แล้วไม่น่าเลวร้ายถึงขั้นเกรดบี เรียกว่าเป็นหนังอินดี้จะดีกว่า แต่ว่าคุณภาพไม่เล็กเหมือน budget นะ

ตัวละครหลักๆ มีแค่กลุ่มเพื่อนหญิงผู้นิยมกิจกรรมแบบ adventure 6 คน เกือบทั้งเรื่องก็เป็นฉากภายในถ้ำ ซึ่งถ้าใครกลัวที่แคบและความมืดแล้วล่ะก็คงจะอึดอัดมากเลยทีเดียว พลอตก็ง่ายๆ แค่ทั้ง 6 คนเปรี้ยวซ่าไปสำรวจถ้ำที่ไม่มีใครรู้จัก จากนั้นเกิดอุบัติเหตุทำให้ทางออกถูกปิด จึงต้องหาทางออกทางอื่น แต่ลึกลงไปในถ้ำกลับมีสิ่งมีชีวิตกระหายเลือด ที่คอยล่าสาวๆ กลุ่มนี้เป็นอาหารรออยู่ ไหนจะต้องหาทางออก ไหนจะต้องเอาชีวิตรอดจากตัวประหลาดแล้ว ยังมีเรื่องภาวะจิตใจในสถานการณ์บีบคั้นแบบนั้น เรื่องความไม่เชื่อใจกันเองอีก เรียกว่าสถานการณ์นี้ได้ปลุกสัญชาตญาณดิบในการเอาตัวรอดของสาวๆ กลุ่มนี้กันสุดๆ

มาพูดถึงความน่ากลัว ก็ระดับปกติ (ของเหมียว) ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ มีฉากให้คนดูตกใจประมาณ 2 ฉาก (แต่ 1 ใน 2 ฉากนั้นใช้ได้เลยทีเดียว) หนังส่วนมากจะเป็นฉากในถ้ำ เพราะฉะนั้นก็ออกจะมืดๆ มีแสงแค่จากอุปกรณ์ส่องสว่างภายในหนังเท่านั้น ส่วนเจ้าตัวประหลาดขอบอกว่าเหมือนกอลลั่มมากๆ แต่มันไม่ได้กินแค่ปลาดิบ มันกินเนื้อสดๆ เรียกว่ามารุมทึ้งกันเห็นๆ อารมณ์ประมาณพวกซอมบี้อ่ะ ตัวประหลาดมีเป็นโขยงเลย แล้วนึกสภาพตอนโดนพวกนี้รุมกินโต๊ะสิ เหอ เหอ

แต่ที่ชอบในหนังเรื่องนี้เรียกไงดีล่ะ มันไม่โหดแบบปุบปับ มันค่อยๆ มา ลองคิดว่าตกเขาแล้วขาหัก กระดูกขาวๆ หักทะลุขาออกมาจะเจ็บขนาดไหน..แล้วนึกถึงตอนที่จัดการดันเจ้ากระดูกนั้นกลับเข้าไปสิ อารมณ์มันจะแบบนั้นแหละ ทรมานนิดๆ อิอิ

คนดูก็พยายามลุ้นว่าจะมีใครรอดกลับขึ้นไปเห็นเดือนเห็นตะวันรึป่าว เพราะคุณเธอสู้แบบไม่มีอะไรจะเสียแล้ว โหดมาก็โหดกลับ สู้แบบจนตรอกจริงๆ ตอนจบหนังยังกระชากความรู้สึกคนดูอีกเล็กน้อย จบแบบเหมียวชอบอีกแล้วอ่ะ

สรุปว่าเป็นหนังที่โอเคเลย บรรยากาศก็ดูสมจริงดี แต่ทำไมสังหรณ์ใจว่าจะมีเหมียวคนเดียวที่ดูสนุกก็ไม่รู้อ่ะ
12月7日

Excellent service?

..... ฮามากอ่ะ 
 
Question: "What would you like to have... Fruit juice, Soda, Tea, Chocolate, Cappuccino, Frapuccino, or Coffee?"
Answer: "Tea please"
 
Question : "Ceylon tea, Indian tea, Herbal tea, Bush tea, Honey bush tea, Iced tea or green tea ?"
Answer : "Ceylon tea"
 
Question : "How would you like it ? Black or white?
Answer: "white"
 
Question: "Milk, or fresh cream?
Answer: "With milk"
 
Question: "Goat's milk, or cow's milk"
Answer: "With cow's milk please."
 
Question: "Freeze land cow or Afrikaner cow?"
Answer: "Um, I'll just take it black."
 
Question: "Would you like it with sweetener, sugar or honey?"
Answer: "With sugar"
 
Question: "Beet sugar or cane sugar?"
Answer: "Cane sugar"
 
Question: "White, brown or yellow sugar?"
Answer: "Forget about the tea, just give me a glass of water instead."
 
Question: "Mineral water, tap water or distilled water?“
Answer: "Mineral water"
 
Question: "Flavored or non-flavored?"
Answer: "I think I'll just die of thirst!!!!! "
12月4日

Intacto

มาพบกับคำศัพท์น่ารู้จากหนังอีกครั้งนะคะ วันนี้ขอเสนอคำว่า Intacto
Intacto น่าจะเป็นภาษาสเปน (เหอๆ ก็เรื่องนี้มันเป็นหนังสเปนอ่า) มีความหมายเหมือนกับ untouched ซึ่งก็ตรงตามเนื้อเรื่องดี เรื่องนี้ซื้อดีวีดีมาสักระยะนึงแล้วแต่เพิ่งเอามาเปิดดู เป็นหนังที่ดีเรื่องนึงเลยล่ะ

หนังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนที่มีโชคติดตัวมา ในหนังเค้าใช้คำว่า พรสวรรค์ แล้วไอ้พรสวรรค์ที่ว่านี้ก็คือความสามารถดึงเอาโชคของคนอื่นมาไว้กับตัวได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เค้าก็เลยจะไม่สัมผัสตัวคนประเภทนี้ ไม่งั้นก็จะโชคร้ายหรือไม่ก็เข้าขั้นซวยได้ จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่องนั่นแล .. โอเค จบอารัมภบท

เนื้อเรื่องในหนังเป็นการเล่นเกมวางเดิมพันกันต่างๆ เพื่อเฟ้นหาคนที่มีโชคที่สุด สำหรับการเข้าไปเล่มเกมกับ "เดอะ ยิว" ผู้ซึ่งมีตำนานเล่าว่าเป็นคนเดียวที่รอดตายจากค่ายกักกันเชลยในสมัยสงครามโลก และ 30 ปีมาแล้วที่ไม่มีใครเอาชนะเดอะยิวได้

โทมัส เป็นโจรปล้นแบงค์ที่บังเอิญเป็นผู้รอดตายเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์เครื่องบินตก โดยมีซาร่าเป็นตำรวจที่ตามคดีนี้อยู่ โทมัสได้รับการช่วยเหลือจากเฟรเดอริโกและพาไปเล่นเกมที่ต่างๆ เพื่อที่จะแย่งชิงตำแหน่งผู้ท้าชิงของเดอะยิว โดยมีซาร่าที่ต้องตามล่าตัวโทมัสและได้เข้ามาพัวพันกับเกมที่ว่านี้ด้วย เพราะซาร่าก็ดันเป็นพวกมีพรสวรรค์เช่นกัน
 
เหมียวชอบอยู่เกมนึงในหนัง ที่ว่าผูกตาแล้วมัดมือไผล่หลังผู้เล่น จากนั้นให้วิ่งเข้าไปในป่าซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ๆ เยอะมากอ่ะ ให้วิ่งแข่งกัน ซึ่งก็จะมีคนวิ่งชนต้นไม้กันเต็มๆ ยิ่งวิ่งเร็วเท่าไหร่ (เพื่อให้เข้าที่หนึ่ง) แรงปะทะก็ยิ่งมาก เลือดสาดกันทุกคน สะจายยย  ส่วนเกมสุดท้ายที่เล่นกับเดอะยิวเจ๋งมากเลย คือการใส่ลูกกระสุนในปืนไว้ 5 นัด ให้เหลือโม่เปล่าๆ ไว้หนึ่ง จากนั้นผลัดกันยิงฝ่ายตรงข้าม โดยผู้ท้าชิงเป็นฝ่ายยิงก่อน ถ้ารอดอีกฝ่ายจะหมุนลูกโม่ใหม่แล้วเป็นฝ่ายยิงบ้าง โอกาสรอดคือ 1 ใน 6 ลุ้นกว่ารัสเชี่ยนรูเลตต์อีกง่ะ ตอนสุดท้ายผู้มีพรสวรรค์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเดอะยิว โทมัส และซาร่า ได้มาเผชิญหน้ากัน และก็มีเพียงคนที่เป็นสุดยอดแห่งพรสวรรค์คนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะของเกมนี้
 
ก็เป็นหนังที่ดูสนุกอีกเรื่อง แม้จะไม่ค่อยมีใครรู้จักก็ตาม เรียกได้ว่าช่วงวันหยุดนี้จะพยายามขุดหนังที่บ้าซื้อไว้ออกมาดู ที่สำคัญวันหยุดแบบนี้ บ้านเหมียวก็จะมานั่งล้อมวงดูหนังกันค่ะ เป็นพวกชอบดูหนังทั้งบ้าน โดยเฉพาะยายจะชอบมาก อย่าง Intacto นี่ ตอนมันเล่นกันฉากสุดท้าย ยายเหมียวลุ้นแทบตกเก้าอี้ บอกว่ากลัวปืนลั่น 555 สงสัยเหมียวคงติดการดูหนังมาจากยายล่ะมั้ง ^^
 
12月2日

Sad Song

เคยได้เมล์มานานละ แต่ไม่ได้เซฟไว้ วันนี้ได้โอกาสมันวนกลับมาอีกที ขอซะหน่อย อิอิ..เป็นเพลงที่มีไอเดียการเขียนเนื้อร้องที่กิ๊บเก๋สุดๆ พอมารวมกะทำนองแล้วก็อารมณ์ของเพลงแล้ว เจ๋งดีอ่ะ ชอบๆ
 
Sad Song
 
I เขียน letter ถึงเธอ Dear John
เขียนใน Flat ที่ You เคยนอน
จังหวัดอุดร ประเทศ Thailand

I broken heart, You must understand
John จ๋า John, Donna ขาดแคลน
เมีย Second hand ของ You ยังคอย
 
You ทิ้งเมียเช่า หิ้วกระเป๋า Go Home
ทิ้งรอยจูบ ลูบโลม จน Shape I โทรมเพราะ you Enjoy
 
Forget your want กลับไปอยู่ Illinios
I เสียใจจนเป็น Tyfoid เอา Tiger Oil มาทากันตาย
 
โศกเศร้ากว่า Sad Movie โอ้ John, You make my cry,
I lonely เสียจนผอมไป อยากตาย Why you ทิ้ง Me
 
รอยน้ำตาหยด รดบนลายเซ็นต์
หาซองใส่ จ่าหน้าไม่เป็น
โธ่เวรเอ๋ยเวร Who ช่วยเขียนที

ฉีกทิ้ง Letter หันไปเจอ D.D.T.
Good bye สวัสดี Go meet กับ Me ที่เมือง The End
 
.... ไม่ทราบที่มาของเพลง เสียดายจัง  +_+
11月21日

ลมหนาวปลายปี

อิอิ สองวันมานี่มีลมเย็นๆ พัดมาให้พอรู้สึกว่ากำลังจะเป็นฤดูหนาว ... เพราะบ้านเราบ้านนอกป่าวหว่ามันถึงรู้สึกได้
ตอนกลางวันอากาศเย็นสบาย กลางคืนก็นอนซุกตัวในผ้าห่มอย่างมีความสุข เช้าก็ไม่อยากลุกมาทำงาน ... แหะๆ
พอเข้าหน้าหนาว เราก็จะรู้สึกคึกคัก เพราะเป็นช่วงเวลาของความสุข วันหยุดเยอะดี .. ม่ายช่ายยย
 
อยากไปเที่ยวจัง อยากไปดูดอกไม้งามตามภูเหนือ แต่เท่าที่เห็น คงมีแววได้หยุดยาวนอนแกร่วอยู่กรุงเทพนี่แหละ ..
 
 
 
มีลมโชยอากาศเย็นเย็น ทุกปลายปี
แต่คงจะดี ถ้าหากมีเธอไว้
จูงมือกันแม้จะหนาว หนาวสักเท่าไหร่
แต่ใจฉันก็คงอุ่น และมีความหมาย
11月15日

~ I Know U Love ~

Thaitanium
 
ไม่ต้องพูดอะไรมากมาย I know u love me, i can see in your eyes ทุกครั้งเวลา u hug me,
ไม่ต้องบอกว่ารัก I can feel u love, baby galz รู้ว่า u น่ะทน แต่ u นั่นก็ทน u know,
ทุกๆ วันน่ะ hangout อยู่กับ crew, มึนเมา เล่น concert อยู่ใน stu that what we do,
ใช้ชีวิตแบบ rap star, เพราะฉนั้นไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงคนอื่นก็ต้องมีผ่านมา, แต่ u ก็ยัง still down to me
เวลาลำบากละผมนั้น doubt ผู้หญิง still come around for me, ละนั้นคือสิ่งที่สำคัญ to me,
เพราะผู้ชายทุกคนต้องการความรักและความสัมพันธ์ที่ดี, และผมก็พลาดเป็นอย่างนี้ทุกครั้งไป
และทุกครั้งเวลาผมพลาด u ก็ให้อภัย, บางทีก็ถามตัวเองว่า u ทนได้ยังไง,
ถ้าคิดว่าผมไม่เข้าใจเพราะผม นั้นรู้อยู่ข้างใน, I know u love me.

everything ที่ฉันทำ for you, all my want เพียงแค่ u love me too,
แค่บอกอีกทีว่ายังรักอยู่ อีกกี่ปีฉันจะรัก u อู้ว อู อูว อู้ว~, I'll be there for u baby

What kind of man i am, I'm still with saying my name, ถ้าจะถาม u 3 พยางค์ที่ จะบอก
i love u I'm understand that, และต้องเข้าใจนะ shorty, ไม่ใช่ไม่บอกว่ารักนะ
แต่เธอรู้จักผมดีนี่ เธอคนเดียวมี 4 ห้อง แต่ 1 หัวใจ know, ความจริงที่เธอลืมมันจริง its true,
ก็แค่ได้ยินไม่อยากจะโกหก ผู้หญิงที่ผ่านมามันก็ผ่านไป เหมือนกะสายน้ำที่ไหลไปไม่ย้อนกลับ,
อยู่ใน club เหล้าหมดและคงเติมคงเต็มแก้วใหม่ ที่เป็นเหล้าอนึ่งใหม่มันไม่สำคัญ
เวลาจะ อยู่กับ I มันเหมือนกับเหล้าที่ขาด soda ไม่ได้, I can't deny that,
เหมือนมี 1 ต้องมี 2 แต่เธอเป็น 1 ไม่ใช่ 2 รองจากใคร, เธอคือ gangter's lady เมื่อตอนที่ party,
u having fun like day and night, so I speak to da mic cuz I know u love me.

ไม่เคยคิดที่จะไปจากเธอก่อน, ไม่เคยเรียกร้องหรืออะไรเลยนะเธอ,
ทุกสิ่งที่ฉันนั้นทำไป จะเจ็บจะช้ำซักเพียงใด ก็เพื่อเธอ, คงไม่มีใคร love u the way that i do
 
Jea ! what dup B ผ่านมาหลายวันหลายเดือน,จนมันผ่านมาเป็นปี
แทบจะนับไม่ถ้วนว่าคำว่ารัก มันออกจากปากเราสองคนกี่ที, ยอมรับที่อยู่กับผม believe it's not a easy,
บางครั้งก็ยากเย็น, พยายามจะใจเย็น, แต่รู้ว่ายากเวลาที่ได้ยินข่าวว่าแฟนคนเนี๊ยไปยุ่งกับสาวคนอื่น,
ไม่อยากจะเชื่อหรือก็คิดว่ามันจริง, หัวใจสะเทือนร้องห่มร้องไห้ หัวใจของคุณแทบจะตกพื้น และคลุกอยู่กับดิน
I know baby galz บางครั้ง I ทำตัวน่าเบื่อหน่าย, พอเวลาไม่มีผมละเงียบเหงาเบื่อหน่าย
ละเพื่อนๆ ก็ด่าว่าโง่ ถ้า I ทำให้ u เจ็บ ละ u จะคบไปทำไม,
แต่ u ก็คิดว่าไม่มีใครในโลกเนี๊ย ที่จะเห็นใจและเข้าใจ นอกจาก I, เลยอยากให้รู้เอาไว้
eventhough i'm in the spotlight, baby galz ไม่มีใครเข้าใกล้ ที่จะแทนที่ your spot alright
 
11月12日

NANA

NANA (นานะ) แปลว่า 7...
 
วันนี้ไปดูหนังเรื่อง NANA มา ใครที่ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น (แบบหญิงๆ) ก็คงจะรู้จักเรื่องนี้ เป็นการ์ตูนที่ดังมากๆ ขายได้กว่า 20 ล้านก๊อปปี้ทีเดียว เราก็อ่านเรื่องนี้เหมือนกัน พอมาทำเป็นหนังก็เลยไม่พลาดที่จะต้องดูให้ได้
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิงสาว 2 คนที่บังเอิญเจอกันบนรถไฟ บังเอิญต้องมาแชร์อพาร์ทเม้นต์ด้วยกัน และบังเอิญที่ทั้งสองคนชื่อ ... นานะ ... เหมือนกัน แต่ทั้งสองคนก็ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย นานะคนแรก (ขอเรียกว่านานะแหวว) เป็นสาวน้อยใสซื่อ มีความฝันว่าจะมีความรักที่สวยงาม จิตใจดี ขี้อ้อน เอาแต่ใจ ขึ้นรถไฟมาโตเกียวเพราะจะมาหาคนรัก และอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยตัวเองให้ได้ ส่วนนานะอีกคน (ขอเรียกว่านานะพังก์) มีความฝันที่จะเป็นนักร้องและมีวงดนตรีที่สุดยอด เป็นคนเงียบๆ มุ่งมั่น แต่ก็มีร่องรอยความเจ็บปวดบางอย่าง
 
เมื่อมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ทั้งสองคนสร้างมิตรภาพที่แสนประทับใจให้แก่กันละกันโดยไม่รู้ตัว นานะพังก์คอยดูแลและปกป้องนานะแหวว ขณะที่นานะแหววที่ดูไม่มีจุดหมายอะไรกลับเป็นคนที่นำพาสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตกลับมาให้นานะพังก์ (บรรยายซะออกแนวเบี้ยนๆ ชอบกล) ดูแล้วไม่ผิดหวังจริงๆ ไม่เสียแรงที่ดั้นด้นไปดูถึงในเมือง ตอนแรกว่าเข้าที่ลิโด้ พอไปถึงย้ายไปฉายที่สยามเนื่องจากคนล้นทะลักจนลิโด้โรงแทบแตก
 
และอีกอย่างที่ประทับใจก็คือ เพลงในหนังเรื่องนี้เพราะมาก (หามาได้เรียบร้อย หุหุ) ใครสนใจก็ลองไปดูนะ 2 สาวนานะน่ารักจริงๆ และเป็นหนังเรื่องแรกของปีนี้ (จะหมดปีแล้ว) ที่เหมียวยกใจให้เลย หลงรักเข้าซะแล้ว...